วันพุธที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

มัดรวมร้านอาหารตัวเมืองแปดริ้ว ร้านสามแม่ครัวเตาฟืน และ ร้านเอกเขนก


                       วันนี้เราไปทำธุระที่ตัวเมืองแปดริ้ว เสร็จประมาณช่วง 9 โมงเช้า จึงตัดสินใจแวะไปหาอะไรทานกันก่อนที่ตลาดบ้านใหม่ 100 ปี แปดริ้ว ที่มีตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 โดยครั้งนี้ตั้งใจจะไปทานกันที่ร้านอาหารแบบจานเดียว ก็เลยเลือกจะไปร้านสามแม่ครัว(เตาฟืน) ร้านอาหารที่ให้บรรยากาศโบราณ ด้วยใช้เตาฟืนในการปรุงอาหารทุกจาน เมื่อไปถึงร้านก็เปลี่ยนใจสั่งเป็นอาหารเป็นกับข้าวกันแทนครับ


เป็ดพะโล้ผัดกระเพรา

เนื้อปลาผัดกะเพรา

หมูสับต้มเกี้ยมบ๊วย

กุ้งผัดกระเทียมพริกไทย

ไข่เจียวหมูสับ

                      สำหรับรสชาติอาหารจะออกแนวคลีนๆนะครับ ไม่ได้จัดจ้านมาก ทานง่ายๆ รสชาติไม่ซ้ำซ้อน ทานกันได้ทุกเพศทุกวัย ซึ่งจริงๆเรามีสั่งอีก 3 เมนู ต้มยำกุ้ง, ไส้หมูทอด และผัดผักบุ้งกะปิ แต่ว่าถ่ายไม่ทันครับ ผู้ร่วมทริปตักกันทานก่อน โดยมีสั่งข้าวเปล่า 1 โถ ราคารวมสุทธิอยู่ที่ 1,130 บาท ถือว่าเป็นราคาที่ไม่แพงครับ 

                     ในส่วนของปริมาณอาหารให้มาได้เหมาะสมกับราคาครับ ส่วนเรื่องของการรออาหารอันนี้ต้องเข้าใจนะครับ ด้วยความที่ใช้เตาฟืนในการปรุงอาหาร เราจะได้รับกลิ่นอาหารที่เป็นเอกลักษณ์ เพราะฉะนั้นระยะเวลาในการปรุงจะนานกว่าปกตินิดหน่อย และทางร้านจะปรุงอาหารตามลำดับทีละโต๊ะ 

                  ถ้าใครมีโอกาสก็ขอแนะนำให้ไปอุดหนุน คุณป้าทั้งสามคนนะครับ มีความตั้งใจในการจัดเตรียมและการปรุงอาหาร สำหรับส่วนตัว รสชาติอาจจะไม่ได้ถูกจริตพวกเรา แต่บรรยากาศและกลิ่นอาย ทำให้รู้สึกว่าคุ้มค่า ไม่เสียดายเงินที่จ่ายไปกับอาหารมื้อนี้แต่อย่างใดครับ


                  จากนั้นเราก็แวะไปทำธุระกันต่อ ประมาณเวลา 11.30 น. ก็มาถึงร้านเอกเขนก พิกัดจะอยู่ติดริมแม่น้ำ ในวันเสาร์และวันอาทิตย์ ทางร้านจะไม่รับจองคิว ต้องมาที่หน้าร้านอย่างเดียวครับ โดยทางร้านจะมีให้บริการโซนห้องแอร์และส่วนริมน้ำ 

                      ส่วนริมน้ำจะมีหลังคา มีพัดลมให้บริการ บรรยากาศค่อนข้างร่มรื่น แต่ด้วยผู้ร่วมทริปเราเป็นผู้สูงอายุส่วนใหญ่ ประกอบกับเวลาใกล้เที่ยงวัน จึงตัดสินใจเลือกใช้บริการในห้องปรับอากาศกันครับ ซึ่งจะมีอยู่ 2 โซน

                     ณ เวลาที่พวกเราไปถึง จะต้องลงชื่อคิวกันที่สมุดลงชื่อแล้วครับ แต่ในส่วนของด้านนอกยังคงว่างอยู่มาก เราก็ลงชื่อกันได้เป็นคิวที่ 2 ประมาณ 10 นาทีก็ได้โต๊ะครับ เมนูทางร้านมีให้เลือกสั่งค่อนข้างหลากหลายเมนู แต่ด้วยเรายังอิ่มกับมื้อแรกกันอยู่ จึงสั่งมาทานกันนิดหน่อยครับ ทางร้านใช้เวลาในการปรุงอาหารได้ค่อนข้างดี ประมาณ 5-7 นาที อาหารก้ทะยอยออกมากันครบครับ


เนื้อปูหลน

เนื้อปูก้อนผัดพริกขี้หนู

ผัดฉ่าปลาคัง

หมึกไข่น้ำดำ

ปลาหมึกมีไข่อัดแน่น

ขนาดตัวกำลังดี

ข้าวขยำปู

ข้าวผัดกากหมู (เล็ก)

ข้าวขยำปูคลุกน้ำยำ

ข้าวผัดกากหมูคลุกเครืองให้ครบ

ปลาช่อนเอกเขนก

เนื้อปลาขาว สด หวาน

แกงส้มกุ้งเล็กหน่อไม้

ฉู่ฉี่ปลาเนื้ออ่อน (ไม่ทอด)

บิงซูเมลอน


                    สำหรับรสชาติอาหารตามความรู้สึกส่วนตัวของพวกเรานะครับ เริ่มจากเมนูเนื้อปูหลน เมนูรสชาติค่อนข้างนุ่มนวด เนื้อปูมาแบบเป็นก้อนๆ รสชาติเนื้อปูสดหวาน ตัวเนื้อหลนก็กลมกล่อม ทานคู่่กับผักสดแล้วอร่อยลงตัวครับ

                          เนื้อปูก้อนผัดพริกขี้หนู รสชาติค่อนข้างจัดจ้าน ออกไปทางเผ็ดร้อนกำลังดีครับ เนื้อปูก้อนก็สดหวานอร่อย มาแบบเป็นก้อนๆ / ปลาคังผัดฉ่า รสชาติจัดจ้านไม่แพ้กัน เนื้อปลาสดหวาน ไม่มีกลิ่นคาว ติดใจแค่จานที่ได้ ส่วนหนังปลาค่อนข้างเยอะไปหน่อย

                        ข้าวขยำปู น้ำราดรสชาติดีทีเดียวครับ เนื้อปูก็สด หวานเหมือนๆจานอื่น / ข้าวผัดกากหมู รสชาติกลมกล่อม โดยรวมสองจานนี้แบ่งกันทานได้แบบสบายๆ

                            ปลาหมึกน้ำดำ เป็นเมนูที่ไม่ได้คาดหวังไว้ในตอนแรก แต่รสชาติออกมาได้กลมกล่อมดีครับ ไม่หวานนำ เนื้อตัวปลาหมึกนุ่ม ด้านในมีไข่อัดแน่น อร่อยมากๆครับ
 
                            ปลาช่อนเอกเขนก เป็นเมนูที่เราได้เรียนรู้ที่มาของคำว่า แปดริ้ว ว่ามาจากความอุดมสมบูรณ์ของเมือง ที่สามารถจับปลาตัวใหญ่ นำขึ้นมาแล่ ได้ 8 ริ้ว รสชาติน้ำราด ค่อนข้างหวาน ด้วยมีการใส่น้ำพริกเผา โดยส่วนตัวไม่ค่อยชอบยำแนวนี้ครับ เหมือนกินยำถั่วพู แต่เนื้อปลาสดมาก ทอดออกมาได้ดี

                          ฉู่ฉี่ปลาเนื้ออ่อน เป็นเมนูโปรดของท่านแม่ แต่ด้วยอายุมากขึ้นไม่สะดวกทานแบบทอด จึงสั่งแบบสดแทน ทางร้านใช้ปลาตัวเล็ก พอสั่งทำแบบสด จึงส่งผลให้ก้างปลาจำนวนมาก ไม่กรุบกรอบ เราจึงต้องทานด้วยความระมัดระวังเป็นอย่างมาก รสชาติน้ำฉู่ฉี่อร่อยกลมกล่อม ไม่เผ็ดมากครับ

                        ปิดท้ายเมนูด้วยแกงส้มหน่อไม้อ่อน ด้วยไม่อยากแกะแทะปู จึงเลือกเป็นกุ้งแทนครับ ตัวน้ำแกงส้มสุดยอดความอร่อยครับ มีความข้น กลมกล่อม อร่อยมากๆ เนื้อหน่อไม้อ่อนละมุน สมกับที่เค้ามีการร่วมมือกับทาง ราชภัฏฯ ทำเป็นน้ำแกงส้มถุงแบบจำหน่ายเลยครับ 

                     เสร็จจากของคาว เราก็มาต่อด้วยบิงซูของหวานกันครับ เนื้อเมล่อนมาแบบกรุบกรอบ ไม่หวานมาก ตัวน้ำแข็งและวิปครีมก็กลมกล่อมดี อาจจะไม่อร่อยเท่ากับร้านขนมหวานโดยตรง แต่ก็ถือว่า รสชาติอยู่ในเกณฑ์ดีครับ

                       สรุปความคุ้มค่า เมื่อเทียบปริมาณอาหาร คุณภาพอาหาร และความอร่อยที่ได้รับแล้ว กับราคาค่าอาหาร พวกเราลงความเห็นตรงกันว่า คุ้มค่าดีครับ ด้วยราคาหลายเมนู ถ้ามาทานในกรุงเทพฯ ต้องแพงกว่านี้เป็นเท่าตัว มีโอกาสหน้าจะกลับมาทานอีกอย่างแน่นอน เพราะยังมีอีกหลายเมนูที่ยังอยากลองสั่งครับ

บิลค่าเสียหาย



บทความที่ได้รับความนิยม